“ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ” เทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยวที่ได้มากกว่าการไปเก็บรูปสวยๆ


ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ผู้คนหันมาให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาพร่างกายกันมากขึ้น จากกระแสการออกกำลังกายที่กำลังมาแรง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การปั่นจักรยานและการเล่นโยคะ ที่ฮ็อตฮิตทั้งในคนทุกกลุ่มวัย ที่ต้องการดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรง สร้างความสมดุลให้ชีวิต และเพื่อหลีกเลี่ยงการเจ็บป่วย รวมไปถึงเทรนด์การท่องเที่ยวแนวสุขภาพที่กำลังมาแรงแซงโค้ง ซึ่งในปัจจุบันที่พักหลายแห่งจะมีบริการสระว่ายน้ำ ยิม สปาสำหรับลูกค้า และล่าสุดมานี้เริ่มมีการเพิ่มคอร์สพิเศษ เช่น โยคะเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ แพ็คเกจสปาดีท็อกซ์และ เมนูอาหารอาหารคลีนเพื่อการรักษาสุขภาพ ที่แม้แต่สายการบินต่างๆก็ยังสนับสนุนเทรนด์การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพเหล่านี้ เช่น การให้โหลดจักรยานได้ฟรี การคิดค่าโหลดอุปกรณ์กีฬาต่างๆ ในราคาพิเศษ เป็นต้น แพ็กเกจการพักผ่อนและลดน้ำหนักในช่วงฮอลิเดย์ ให้การลาหยุดไปเที่ยวทั้งทีต้องได้ทั้งการท่องเที่ยว พักผ่อนร่างกายและจิตใจ และถ้าได้หุ่นดีๆ ผิวสวยๆ กลับมาด้วยเลยหล่ะค่ะ

การท่องเที่ยว

วันนี้เราได้รวบรวมเทรนด์การท่องเที่ยวยอดนิยม ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยการMix & Match สุขภาพกับการท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว ที่มีให้เห็นกันหลากหลาย ตั้งแต่แนวสปารีสอร์ทสุขภาพ 5 ดาวสุดหรู ไปจนถึงที่พักแนวรักษ์ธรรมชาติและโปรแกรมท่องเที่ยวแบบดีท็อกซ์ทั้งร่างกายและจิตใจกันแบบอัดฉีดเต็มร้อย 

1.ปั่นจักรยาน 

ภาพโดย skeeze จาก Pixabay 

การปั่นจักรยาน ถือว่าเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจและได้รับความนิยมมากชึ้น โดยเฉพาะคนในกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มวัยทำงานที่ได้ให้ความสนใจ กับการหันมาขี่จักรยานเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคต่างๆแล้ว การปั่นจักรยานผ่านแมกไม้ร่มรื่น อากาศบริสุทธิ์สดชื่น แวะพักชมวิวตามจุดต่างๆ ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย ได้เช่นกัน  จากประโยชน์มากมายของการปั่นจักรยานจนเกิดเป็นเทรนด์ขึ้นในสังคม ซึ่งเราจะสามารถสังเกตได้ว่าปัจจุบัน มีชมรมคนรักจักรยานเกิดขึ้นมากมาย หรือแม้กระทั่งงานการกุศลในปัจจุบันที่ได้ให้ความสนใจในการเลือกใช้จักรยานมาเป็นกิจกรรมหลักในงานเพื่อดึงดูดให้คนมาร่วมงานมากขึ้น แต่ผู้ที่ขับขี่ก็ควรให้ความสำคัญในเรื่องของการเตรียมความพร้อมก่อนการขี่จักรยานด้วยเช่นกัน เพราะหากเราไม่มีการเตรียมตัวให้ดีนั้น ประโยชน์ต่างๆที่เราควรจะได้รับจากการขี่จักรยานก็จะถูกแทนที่ด้วยอันตรายต่างๆแทนนะคะ  

สำหรับนักปั่นน่องเหล็กที่ชอบความท้าทาย เรามี สถานที่ปั่นจักรยานรับลมหนาว ที่คุณจะได้สัมผัสเส้นทางความสวยงามทางธรรมชาติ ไปพร้อมกับการท่องเที่ยงเพื่อสุขภาพกันแบบเต็มๆกันไปเลยค่ะ

2.ทริปดำน้ำชมปะการัง และการว่ายน้ำ      

การดำน้ำ

ไม่ได้มีดีแค่ให้ความเพลิดเพลินเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อีกมากกับร่างกาย เพราะการดำน้ำเป็นเหมือนกับการออกกำลังกายอย่างดี ซึ่งจะสังเกตุได้ว่า หลังจากที่เราไปออกทริปดำน้ำกันแล้ว ขากลับเราจะเหนื่อย และหิวมาก ๆ นั่นหมายถึงว่า เราได้ใช้พลังไปกับการดำน้ำนั่นเอง

สำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น หรือไม่แข็งพอ การดำน้ำผิวน้ำ หรือการดำน้ำตื้น เรียกว่า “สกินไดวิ่ง” (Skin Diving) หรือ“สนอร์เกิลลิ่ง” (Snorkelling) เป็นการดำน้ำที่ใช ้อุปกรณ์ในการดำน้ำเพียงไม่กี่ชิ้น ได้แก่ หน้ากากดำน้ำและท่อหายใจ ชูชีพ และตีนกบ ราคาอุปกรณ์เหล่านี้ไม่แพงและหา ซื้อได้ง่าย หรือเพียงแค่สวมชูชีพก็สามารถแหวกว่ายบนผิวน้ำได้อย่างเพลิดเพลิน และชมความงดงามของเหล่าฝูงปลาและปะการังได้ สำหรับการดำน้ำตื้นมีประโยชน์อะไรบ้างนั้น ลองมาดูกันเลยค่ะ

ประโยชน์ของการดำน้ำตื้น หรือ“สนอร์เกิลลิ่ง” (Snorkelling)

ทำให้ได้ออกกำลังกายทุกส่วน  การดำน้ำตื้น 1 ชั่วโมง ช่วยการเผาผลาญแคลลอรี่ในร่างกายได้ถึง 300 แคลลอรี่ การลอยตัวอยู่บนผิวน้ำเพลินๆ และการว่ายน้ำดูปลา ดูแนวปะการังต่าง ๆ ก็เป็นการช่วยให้เราได้ออกกำลังกายกล้ามเนื้อได้ทุกสัดส่วนเช่นเดียวกันกับการว่ายน้ำ  ดังนั้นการดำน้ำตื้นจึงสามารถช่วยทำให้รูปร่างของเราดีค่ะ

ช่วยให้ระบบการหายใจดีขึ้น การสูดอากาศหายใจผ่านท่อหายใจนั้นจะต้องใช้พลังมากกว่าการหายใจแบบปกติ ซึ่งจะช่วยให้ปอดได้ออกกำลังกายอย่างเต็มที่ ช่วยทำให้ปอดแข็งแรงขึ้นได้

ดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด การดำน้ำตื้นเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ จึงส่งผลช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจล้มเหลว โรคความดันสูง และคอเรสตอรอลในเลือดสูงอีกด้วย

เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยถนอมข้อเข่าและข้อต่อต่าง ๆของร่างกาย คล้ายการออกกำลังกายในน้ำซึ่งแรงดันของน้ำจะช่วยพยุงน้ำหนักตัวไว้ จึงทำให้ข้อเข่าหรือข้อส่วนต่างๆ ไม่ต้องมารับน้ำหนักตัว ลดแรงกระแทก จึงเป็นการออกกำลังกายที่ปลอดภัยของผู้มีปัญหาของข้อเข่า หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก

ช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล ช่วยในเรื่องสมาธิ กระบวนการในการดำน้ำตื้นมีขั้นตอนเรื่องการกำหนดลมหายใจ จะว่าไปก็คล้ายๆ กับการทำสมาธิ บวกกับความเงียบใต้ท้องทะเลและความไร้น้ำหนัก จะทำให้เรารู้สึกถึงการปลดปล่อย โดยอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตจะลดลงและสู่สภาวะของการทำสมาธิ ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของมนุษย์เป็นอย่างมาก

ช่วยให้อารมณ์ดี  อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว การดำน้ำตื้นเหมือนการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง และแน่นอนการได้ไปพักผ่อน ดูปะการังสวยๆ ดูปลาน้อยใหญ่ บวกกับการได้ออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ทำให้ได้ร่างกายแข็งแรง สดชื่นสดใส และช่วยให้อารมณ์ดี มีความสุขตามมา

ช่วยให้ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ  การแหวกว่ายบนผิวน้ำ ชมความงดงามของเหล่าฝูงปลาและปะการัง คือการได้อยู่กับธรรมชาติ ความงดงาม สงบเงียบที่อยู่ตรงหน้า ช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง เมื่อสมองโล่ง ประสิทธิภาพในกระบวนการคิด หรือจะทำการใดย่อมมีมากกว่าเดิมแน่นอนค่ะ

3.ปีนเขา

หลายคนชื่นชอบและหลงรักการท่องเที่ยวสไตล์เดินป่าและปีนเขา เหตุเพราะได้สัมผัสกับความเหนื่อย ความท้าทาย และความสุข ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ถูกแทรกเข้ามาเมื่อเดินทางไปถึงจุดหมาย ด้วยความงดงามของขุนเขา ผืนป่า และก้อนเมฆ ล้วนเป็นบรรยากาศรอบตัวที่ทำให้ฟินเกินบรรยาย แน่นอนว่าการจะไปทริปแบบนี้ คงต้องมีการฟิตร่างกายกันซักหน่อย ซึ่งควรมีการเตรียมความพร้อมเบื้องต้นก่อนการออกเดินทาง เช่น การฟิตร่างกายด้วยการวิ่ง ออกกำลังกายในฟิตเนส บริหารร่างกาย หรือฝึกโยคะ จะทำให้หัวใจและกล้ามเนื้อของร่างกายทุกส่วนได้คุ้นเคยก่อนที่จะใช้งานในการเดินทาง

4.ปีนหน้าผา

การปีนผานอกจากจะสร้างความสนุกและสุขภาพให้แก่ผู้ปีนแล้ว  ยังเป็นกีฬาประเภทนี้ก็ช่วยดึงความกล้าและศักยภาพของเราออกมาได้อย่างเต็มที่  แถมยังช่วยฟิตกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะแขนและเข่ายังจัดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะและความเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น    แต่อาจจะไม่เหมาะกับกับผู้สูงอายุ เด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบ ผู้ที่แขนบาดเจ็บ คนกลัวความสูง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ เพราะการปีนผา ต้องใช้กำลังอย่างต่อเนื่อง 

5.การเดินชมเมืองหรือในธรรมชาติ

ไม่ว่าจะเป็นการไปสำรวจเมืองใหม่ ๆ ออกไปชมวิวทิวทัศน์ที่งดงาม หรือไปสูดอากาศบริสุทธิ์ในชนบท ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีและสนุกอีกรูปแบบหนึ่ง

6.คลาสสปา/โยคะ

สปา/โยคะ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนรักสุขภาพและความงาม แต่ไม่นิยม ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ มีให้เลือกรูปแบบและบริการหลากหลายวิธีด้วยกัน เช่น การนวดร่างกาย (Body Massage) อบซาวน่า หรือ อบสมุนไพร(Aroma Steam / Herbal Steam)  สครับ (Scrub) การห่อร่างกาย (Body Wrap) วารีบำบัด หรือ การบำบัดด้วยน้ำ (Hydro Therapy) โภชนบำบัด (Nutrition Therapy) Exercise Breathing Therapy การฝึกสมาธิ (Meditation)  การฝึกจิต (Autogenic Training) ดนตรีบำบัด (Music Therapy) วิธีบำบัดที่อาศัยแสงสี คลื่นแสง (Color-Light-Solar Therapy) การใช้พลังของหิน หรือคริสตัลจากธรรมชาติ (Crystal-Rock Therapy)  และสมุนไพรบำบัด (Herbal Therapy) เป็นต้น