นอนกรน…ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

การนอน

การนอนกรนนอกจากจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆคนที่มีคู่นอนเคียงข้างเพราะเสียงกรนนั้นจะมีผลกระทบต่อการนอนของคนรอบข้างทำให้นอนหลับยากหรือนอนหลับๆตื่นๆแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพของตนเองอีกด้วย เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหลายอย่างตามมา แต่บางคนมักคิดว่าการนอนกรนเป็นเรื่องปกติ เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปและถูกมองข้ามเพราะความเคยชิน ทั้งที่จริงแล้วการนอนกรนเป็นภาวะผิดปกติของการนอนหลับอย่างหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้าม

ในขณะที่เรานอนหลับ กล้ามเนื้อที่คอยทำหน้าที่ตึงตัวและช่วยขยายทางเดินหายใจในช่องคอจะหย่อนตัวลง ภาวะนี้เองทำให้ทางเดินหายใจแคบและทำให้เกิดเสียงกรน ซึ่งบ่งบอกถึงการพยายามออกแรงหายใจเข้าผ่านทางเดินหายใจที่แคบ เป็นสัญญาณว่ามีสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับการหายใจเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นการแก้ไขหรือรักษาจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อนเป็นลำดับแรก

ประเภทของการกรน

1.การนอนกรนธรรมดา 

มีผลกระทบได้บ้างในระยะยาวต่อตัวผู้ป่วยเอง โดยอาจทำให้เส้นเลือดสมองที่คอซึ่งไปเลี้ยงสมองหนาตัวขึ้นรวมทั้งยังอาจส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ นอกจากนั้นยังมีผลกระทบต่อคนรอบข้าง โดยเฉพาะกับคู่นอนทำให้รบกวนการนอนหรือนอนหลับยากอีกด้วย      

2.การนอนกรนอันตราย 

คือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย หรือที่เรียกว่าภาวะการหยุดหายใจขนะนอนหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea : OSA) ซึ่งจะสังเกตได้ว่า คนที่นอนกรอนจะมีช่วงที่กรนเสียงดังและค่อยสลับกันเป็นช่วงๆ หากสังเกตอย่างใกล้ชิดจะพบว่าผู้ที่กรนจะหยุดหายกรนไปชั่วขณะหนึ่ง ช่วงนั้นเองที่มีการหยุดหายใจเกิดขึ้น และเมื่อระดับออกซิเจนในเลือดลดลงถึงระดับหนึ่งจากการหยุดหายใจ ร่างกายจะมีกลไกตอบสนองภาวะนี้ โดยจะทำให้การหลับของคนที่กรนนั้นถูกขัดขวางทำให้ตื่นขึ้น โดยจะมีอาการเหมือนสะดุ้งเฮือก หรืออาการเหมือนสำลักน้ำลายตนเอง แล้วก็กลับมาเริ่มกรนใหม่ ทำให้การนอนขาดตอนเป็นช่วงๆ มีผลต่อการทำงานของสมองและเกิดอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน ทำให้เรียนหรือทำงานได้ไม่เต็มที่  นอนหลับในขณะขับรถอาจเกิดอุบัติเหตุในท้องถนนได้ นอกจากนั้นจะมีอัตราเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคอื่นๆ ได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตในปอดสูง โรคหลอดเลือดในสมอง เป็นต้น

การตรวจการนอนหลับ

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Lab) เป็นการตรวจวินิจฉัยเพื่อค้นหาความผิดปกติจากการนอนหลับ เช่น ภาวะกรน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ นอนละเมอ นอนขากระตุก และการนอนกัดฟัน เป็นต้น

การเข้ารับการตรวจประเมินเพื่อแยกประเภทการนอนกรน และบอกความรุนแรงของโรคจึงเป็นสิ่งที่ควรไม่ควรมองข้าม เพราะจะสามารถบอกได้ว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากหรือน้อยเพียงใด เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ดีขึ้น ลดโอกาสของการเกิดโรคต่างๆที่จะตามมาอีกด้วย

อ้างอิง : ภาวะหยุดหายใจจากการนอนหลับจากการอุดกั้น. สถาบันทรวงอก

:โรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA). โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

:นอนกรน อันตรายกว่าที่คิด. โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์

:นอนกรน เสี่ยง! หยุดหายใจขณะหลับ. โรงพยาบาลกรุงเทพ