หน้ากากอนามัย…เลือกใช้ยังไงให้เหมาะสม

จากสถานการณ์ปัจจุบันทั้งในเรื่องของการระบาดของโคโรนาไวรัส 2019 หรือ COVID-19 และปัญหาฝุ่น PM 2.5 ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญในเรื่องการเลือกสวมใส่หน้ากากในการป้องกันร่างกายเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพตัวเราเองกันมากขึ้น แต่เนื่องจากตามท้องตลาดมีหน้ากากอนามัยหลากหลายชนิดให้เราเลือก หลายคนจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่าแล้วเราจะต้องเลือกใช้หน้ากากแบบไหนดีหล่ะ ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่เพื่อป้องกันเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือ ฝุ่นละออง PM 2.5 และแต่ละแบบจะสามารถป้องกันได้ขนาดไหน วันนี้เรามีคำตอบเพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกใช้หน้ากากได้ตรงตามความต้องการกันค่ะ

หน้ากากอนามัยทางการแพทย์  

หน้ากากมาตรฐานจากอเมริกา

รับรองโดย NIOSH ย่อมาจาก National Institute for Occupational Safety and Health  โดยแบ่งหน้ากากตามชนิดของอนุภาค เป็น 3 ชนิด คือ

N  หมายถึง หน้ากากสำหรับป้องกันฝุ่นที่ไม่มีไอน้ำมัน

R หมายถึง หน้ากากสำหรับป้องกันฝุ่นที่มีไอน้ำมัน

P หมายถึง หน้ากากสำหรับป้องกันฝุ่นที่มีและไม่มีไอน้ำมัน

และแบ่งประเภทเพิ่มตามประสิทธิภาพการทดสอบกับฝุ่นอนุภาค 0.3 ไมครอน 3 ประเภท ดังนี้ 95% 99% 99.97%และอาจแสดงร่วมกับรหัสมาตรฐานการทดสอบการป้องกันการซึมผ่านของของเหลว ASTM F1862 รับรองโดย NIOSH

หน้ากากมาตรฐานจากจีน

รับบรองโดย รับรองโดย NMPA ย่อมาจาก National Medical Products Administration หรือ CFDA ย่อมาจาก China Food and Drug Administration ซึ่งทางการจีนประกาศให้มีผลบังคับเปลี่ยนจาก CFDA เป็น NMPA เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2018 ที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า ทั้งสองคือตัวเดียวกันนั่นเอง โดยแบ่งหน้ากากตามชนิดของอนุภาค เป็น 2 ชนิด คือ

KN  หมายถึง หน้ากากสำหรับป้องกันฝุ่นที่ไม่มีไอน้ำมัน

KP หมายถึง หน้ากากสำหรับป้องกันฝุ่นที่มีและไม่มีไอน้ำมัน

และแบ่งประเภทเพิ่มตามประสิทธิภาพการทดสอบกับฝุ่นอนุภาค 0.3 ไมครอน 3 ประเภท ดังนี้ 90% 95% 99.97% และอาจแสดงร่วมกับรหัสมาตรฐานการทดสอบการป้องกันการซึมผ่านของของเหลว YY/T 0691-2008 นั่นเอง

หน้ากากมาตรฐานสหภาพยุโรป

FFP2, FFP3 และอาจแสดงร่วมกับรหัสมาตรฐานการทดสอบการป้องกันการซึมผ่านของของเหลว EN 14683, ISO 22609 รับรองโดย EU Notified Bodies

หน้ากากมาตรฐานออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

N95/P2 และอาจแสดงร่วมกับรหัสมาตรฐานการทดสอบการป้องกันการซึมผ่านของของเหลว AS4381 รับรองโดย TGA

ข้อดี ประสิทธิภาพการป้องกันสูง                                                                                          ข้อเสีย อึดอัด หายใจลำบากเวลาสวมใส่ ราคาค่อนข้างแพง

การเลือกซื้อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์

ประเภทหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่เราคุ้นเคยและมีขายในท้องตลาดที่หาซื้อได้ก็คือ หน้ากาก N95  ที่ผลิตจากโพลีโพรพีลีน (Polypropylene) มีประสิทธิภาพในการดักจับอนุภาคขนาดเล็ก สามารถกรองฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนได้ ทำให้ป้องกันฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 ได้มีประสิทธิภาพมากกว่า โดยป้องกันได้ 95% ขึ้นไป ซึ่งจะมีการออกแบบที่ทำให้สามารถปกคลุมได้อย่างมิดชิด จึงสามารถป้องกันเชื้อโรค ฝุ่นละออง สิ่งปนเปื้อนขนาดเล็ก ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายได้ มีให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ โดยตัวสินค้าต้องระบุ ดังนี้

1.1 ชื่อหน้ากาก N95 ทางการแพทย์, Surgical N95, N95 respirator, Medical respirator, Surgical respirator, Healthcare respirator, Medical protective respirator

1.2 ประเภทและมาตรฐานของหน้ากาก N95 และหน่วยงานที่ให้การรับรอง/อนุญาต ตามแหล่งที่มา ข้างต้น

หน้ากากอนามัย

ผลิตขึ้นจากผ้าหรือพอลิโพรไพลีนซึ่งเป็นพลาสติกที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ โดยหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพจะต้องมีชั้นกรองอย่างน้อย 3 ชั้น เพื่อช่วยในการป้องกันเชื้อโรค มลพิษ หรือของเหลวจากภายนอก และยังช่วยดูดซับสารคัดหลั่งหรือความชื้นที่มาจากผู้สวมใส่ ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายสู่คนอื่น สรุปแล้วก็คือช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากเป็นวิธีการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสจากคนสู่คนได้ถึง 99% ส่วนวิธีการใส่นั้นก็สำคัญ เราควรใส่โดยการนำด้านสีเขียวออกด้านหน้า เพื่อกันสารคัดหลั่งจากคนอื่นเข้ามาสู่ตัวเรา นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันฝุ่นและเกสรดอกไม้ ได้ขนาดเล็กสุดถึง 3 ไมครอน และสามารถกันได้ถึง 66.37%

หน้ากากคาร์บอน

คุณสมบัติไม่ต่างจากหน้ากากทางการแพทย์ แต่จะมีความพิเศษมากขึ้นมาเพราะมีชั้น Carbon ที่สามารถกรองกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ดีกว่าหน้ากากอนามัยทั่วไป มีความหนาเส้นใยสังเคราะห์ถึง 4 ชั้น สามารถกรองเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 95% กรองฝุ่นละอองขนาด 3 ไมครอน สามารถกันได้ถึง 66.37%

หน้ากากฟองน้ำ

หน้ากากแบบฟองน้ำ ผลิตจากโพลียูรีเทนคาร์บอนสำหรับกรองอากาศโดยเฉพาะ สามารถซักทำความสะอาดได้ แห้งเร็ว พับเก็บไม่ยับสามารถคืนรูปเดิมได้ไม่เสียทรง ส่วนประสิทธิภาพในการป้องกันสามารถกันฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กและเกสรดอกไม้ได้

หน้ากากผ้า

หน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้านั้น ก็แทบไม่แตกต่างจากแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้นเลย เพราะหลาย ๆ คนคงเคยเลือกใช้ โดยการใช้งานจะเน้นใช้สำหรับป้องกันฝุ่นละออง และป้องกันการกระจายของน้ำมูก หรือน้ำลายจากการไอจาม แต่อาจไม่สามารถกรองเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมาก ๆ ได้เช่นเดียวกับหน้ากากอนามัยกระดาษแต่ความพิเศษของหน้ากากอนามัยแบบผ้าฝ้ายคือ สามารถซักทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ นอกจากจะประหยัดจากการนำกลับมาใช้งานซ้ำ ๆ ได้แล้ว ยังเป็นการลดขยะไปในตัวด้วย

หน้ากากกันฝุ่น หน้ากากกันฝุ่นมีการออกแบบให้มีลายสวยงามน่ารัก มี 2 แบบ

แบบแรกผลิตจากผ้าฝ้าย ใช้สำหรับป้องกันฝุ่นละออง และป้องกันการกระจายของน้ำมูกหรือน้ำลายจากการไอ/จามได้ แต่ไม่สามารถกรองเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้

แบบที่สองผลิตจากใยสังเคราะห์ ซ้อนทบชั้นกัน โดยรวมแล้วคุณสมบัติของหน้ากากชนิดนี้ มีคุณสมบัติในการกรองฝุ่น ป้องกันเชื้อโรคจำพวกเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราได้

วิธีการสวมใส่หน้ากากอนามัย

1.ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ เช็ดให้แห้งก่อนการสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง

2.ใส่หน้ากากอนามัยโดยให้สีเข้มอยู่ด้านนอก

3.กดขอบลวดด้านบนให้พอดีกับสันจมูก

4.ดึงขอบด้านล่างให้คลุมถึงปลายคาง

5.หน้ากากอนามัยใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในถังขยะฝาปิด ไม่นำกลับมาใช้ใหม่

6.กรณีที่เป็นหน้ากากผ้า ซักให้สะอาด ตากให้แห้งสนิททุกครั้งก่อนนำกลับมาใช้ใหม่

แต่ในกรณีคนทั่วไปที่ไม่ได้มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางระบบทางเดินหายใจ หรืออาจจะไม่ได้อยู่ในสถานการณ์หรือสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยง เช่น การอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆที่อาจจะทำให้มีโอกาสต่อการได้รับฝุ่นPM 2.5 หรือการอยู่ในสถานที่มีผู้คนหนาแน่น เช่น สนามบิน อาจไม่จำเป็นต้องสวมใส่หน้ากากก็ได้