มาทำความรู้จัก ‘โรคไบโพลาร์’

โรคไบโพลาร์

Depressive Episode

หลายๆคนอาจเคยได้ยินชื่อโรคไบโพลาร์ หรือ โรคอารมณ์แปรปรวน กันมาบ้างแล้ว ซึ่งโรคนี้ถือเป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณะอาการของอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป คุ้มดีคุ้มร้าย บางช่วงมีความสุข คึกคัก อีกบางช่วงจะมีอารมณ์เศร้า บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา คนเราก็มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ กันได้บ้าง เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง แต่เชื่อหรือไม่ว่าคนที่เป็นโรคไบโพลาร์อาจมีอาการณ์รุนแรงจนถึงขั้นฆ่าตัวตายได้เลยทีเดียว แต่ถ้าหากเรารู้จักและเข้าใจโรคนี้มากพอ ก็จะสามารถรักษาให้หายขาดได้เช่นกัน

โรค “ไบโพลาร์” สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมซึ่งถือเป็นปัจจัยหลัก เกิดจากสารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ เมื่อคนกลุ่มนี้เจอมรสุมชีวิต เกิดเหตุการณ์ที่สะเทือนใจ จุดพลิกผันในชีวิต เช่น สูญเสียคนที่รัก ตกงาน เจ็บป่วย ความเครียด หรือการใช้ยาเสพติด ก็จะกระตุ้นให้เกิดอาการได้ ส่วนใหญ่จะเริ่มปรากฏอาการในผู้ใหญ่ แต่ในปัจจุบันแนวโน้มอายุลดน้อยลงเรื่อยๆ

อาการแสดงของโรคไบโพลาร์

มาทำความรู้จัก โรค“ไบโพลาร์” กันให้มากขึ้นกันดีกว่า เพื่อที่เราจะได้สังเกตุอาการและสามารถช่วยเหลือคนใกล้ชิดที่มีปัญหานี้ได้ทันเวลานะคะ อาการที่แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนคือภาวะอารมณ์สองขั้ว ดังนี้

Manic Episode

ภาวะคุ้มคลั่ง (Manic Episode)


จะมีอารมณ์ดี สนุกสนาน คึกคักเกินเหตุ เชื่อมั่นในตัวเองสูง ขยันสุดๆ ชอบพูด ชอบคุย พูดเสียงดัง บ้าพลัง แต่งตัวสีสันฉูดฉาด ช้อปปิ้งกระจาย คิดเร็ว ทำเร็ว หรือฉุนเฉียว ก้าวร้าว

ภาวะซึมเศร้า (Depressive Episode)


จะขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าคิดตัดสินใจ ไม่ใส่ใจดูแลตัวเอง อ่อนเพลีย ป่วยบ่อยๆ แต่หาสาเหตุไม่เจอ เก็บตัว ไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง หมดหวังกับชีวิต

ซึ่งเราอาจจะสังเกตจากพื้นฐานพฤติกรรม เช่น ถ้าเคยเป็นคนเรียบร้อยมีเหตุผล กลายเป็นคนแต่งตัวเปรี้ยว พูดเก่ง เกรี้ยวกราด หรือจากคนที่พูดเก่ง ชอบทำงาน ชอบสังคม กลายเป็นคนซึมเศร้า ไม่อยากลุกจากที่นอน เบื่อสังคม ขาดงานบ่อย ไม่ดูแลตัวเอง หรือป่วยไม่เจอสาเหตุ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าป่วย ควรพาไปพบแพทย์และอย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ

ไบโพลาร์สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการกินยาอย่างต่อเนื่อง และสิ่งสำคัญที่สุดคือญาติ คนใกล้ชิดและสังคม จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการรักษา ควรเตรียมตัวให้พร้อม เข้มแข็ง รวมทั้งให้โอกาสและลดอคติ หรือที่เรียกว่า “วัคซีนใจ” เพื่อให้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

อย่าลืมใส่ใจและดูแลคนใกล้ชิดรอบๆตัวคุณนะคะ