เลื่อนนัดฉีดวัคซีนให้ลูกดีไหม ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19

ในช่วงที่มีรายงานการระบาดของโควิด-19 คุณพ่อคุณแม่อาจกังวลใจเมื่อลูกมีนัดต้องไปฉีดวัคซีนในช่วงนั้นพอดี หลายคนกังวลว่าควรจะพาลูกออกจากบ้านไปรับวัคซีนที่โรงพยาบาลดีไหม เพราะการหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กไปสถานพยาบาล จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากสภาพแวดล้อมภายนอกได้ แต่หากพิจารณาถึงความจำเป็นในด้านการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กเล็ก ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นการเลื่อนฉีดวัคซีนในช่วงที่โควิดระบาดนั้นควรพิจารณาเป็นรายๆไป เพราะเด็กแต่ละคน เด็กแต่ละช่วงอายุ และแต่ละพื้นที่ไปนั้นมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน ซึ่งทางสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ได้แนะนำรายละเอียดดังต่อไปนี้ค่ะ

เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี

ไม่ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนเพราะในช่วงขวบปีแรกเป็นวัคซีนเป็นวัคซีนพื้นฐานที่มีความสำคัญ ซึ่งการไม่ได้รับวัคซีนจะมีผลเสียมากกว่า เพราะเป็นวัคซีนที่เด็กจะได้รับเพื่อการป้องกันการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบบี คอตีบ-ไอกรน-บาดทะยัก ฮิป โปลิโอ หัด-คางทูม-หัดเยอรมัน รวมทั้งวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีรายงายอัตราการตายของเด็กที่ป่วยด้วยโรคเหล่านี้มากกว่าโควิด-19 แต่ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ เช่นอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง พื้นที่สีแดง อาจจะพิจารณาเลื่อนการฉีดวัคซีนได้ 1- 2 สัปดาห์

เด็กอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป

เด็กในช่วงวัยนี้สามารถเลื่อนการฉีดวัคซีนไปได้เพราะเป็นวัคซีนที่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ซึ่งเด็กมักจะมีภูมิในระดับหนึ่งแล้ว สามารถเลื่อนการฉีดวัคซีนไปได้ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถโทรสอบถามข้อมูลได้ที่โรงพยาบาลที่เคยเข้ารับการรักษาอยู่ หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านค่ะ

เด็กโตหรือวัยรุ่น

วัคซีนในวัยนี้สามารถเลื่อนออกไปได้จนกว่าสถานการณ์การระบาดจะสงบ

และในกรณีที่มีจำเป็นที่ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนนั้น คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองสามารถปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโรคให้ลูกน้อยได้ดังนี้

1.เลือกสถานพยาบาลที่ไม่มีความแออัดมาก หรืออาจจะเลือกวันที่มีผู้ป่วยไม่เยอะและใช้เวลาให้น้อยที่สุด

2.เลือกสถานพยาบาลที่สามารถจองคิวเข้ารับบริการได้เพื่อป้องกันการสัมผัสกับผู้อื่น โดยสามารถโทรสอบถามข้อมูลตามโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลแต่ละแห่งได้

3.สวมใส่หน้ากากเพื่อป้องกันการติดเชื้อให้ลูกน้อยได้ในกรณีที่เด็กมีอายุตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไปได้ แต่ต้องคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากลูกแสดงท่าทางอึดอัด มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หรือในช่วงที่ลูกหลับ ควรถอดหน้ากากอนามัยก่อน หากอยู่ในพื้นที่โล่ง การถ่ายเทอากาศดีสามารถถอดหน้ากากอนามัยออกให้ลูกก่อนได้ และควรสวมกลับอีกครั้งเมื่อต้องอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด

4.ไม่แนะนำให้ใส่หน้ากากให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ เนื่องจากลูกน้อยเราจะไม่สามารถบอกเราได้ หรือดึงหน้ากากออกเองได้ เมื่อรู้สึกอึดอัดหรือหายใจไม่ออก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการคลั่งของคาบอนไดออกไซด์ที่ทำให้เกิดอันตรายกับทารกได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถใช้วิธีการอุ้มแนบกับอกหรือนำเด็กใส่รถเข็นที่มีผ้าคลุมปิด ซึ่งผ้าคลุมที่ใช้ควรมีคุณสมบัติกันน้ำได้จะเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันได้ดีที่สุด เพื่อลดการสัมผัสเชื้อโรค

5.เลือกรวมฉีดวัคซีนหลายชนิดในครั้งเดียวเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้ารับบริการในสถานพยาบาลบ่อยครั้ง ซึ่งถือเป็นการลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโรคในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก

6.ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ทุกครั้งที่สัมผัสสิ่งของใดๆ

7.รักษาระยะห่างกับผู้อื่น ประมาณ 1-2 เมตร

จะเห็นได้ว่าการที่เราใส่ใจในป้องกันตนเองและลูกน้อยอย่างเหมาะสม ก็ทำให้ลูกน้อยได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้โดยไม่ต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และป้องกันการเสียชีวิตจากโรคที่สามารถป้องกันได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่อย่าลืมพาลูกน้อยเข้ารับวัคซีนตามนัดนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *