5 กลิ่นน้ำมันหอมระเหย ช่วยในการนอนหลับ

กลิ่นน้ำมันหอมระเหย ช่วยในการนอนหลับ

การใช้น้ำมันหอมระเหยหรือที่เรียกว่า อโรมาเธอราพี (Aroma Therapy) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลายคนเรื่องใช้เพื่อช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น การใช้น้ำมันหอมระเหยจะช่วยในการปรับความสมดุลของจิตใจ ทำให้รู้สึกสงบ ช่วยผ่อนคลาย ผ่อนคลายความเครียดและกังวล แก้โรคซึมเศร้า และอาการป่วยทางจิตต่างๆได้ หรืออาจจะใช้เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง ให้พลัง รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ได้อีกด้วย

กลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยในการนอนหลับ

ลาเวนเดอร์   Lavender มีคุณสมบัติช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย นิยมนำมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อบำบัดอาการนอนไม่หลับมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ โดยทำเป็นสบู่หอม น้ำหอม และถุงบุหงา  ปัจจุบัน ก็มีการศึกษาวิจัยที่มหาวิทยาลัยเวสลียัน โดย ดร.นามนิ โกเอล ที่แสดงให้เห็นว่า มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รองรับสรรพคุณทางยาของลาเวนเดอร์ การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า หลังจากให้อาสาสมัครสูดดมกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ก่อนนอน อาสาสมัครเหล่านั้นจะมีช่วงเวลาที่หลับลึกยาวนานขึ้น ซึ่งเป็นช่วงของการหลับที่ร่างกายได้พักผ่อนและซ่อมแซมตัวเอง แม้ว่าการศึกษานี้จะพบว่า ลาเวนเดอร์ช่วยให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายนอนหลับได้ดีขึ้น

คาโมไมล์ Chamomile กลิ่นของดอกคาโมมายด์ ให้กลิ่นหอมแนวพาว์เดอร์รี่ (Powderry) สำหรับผู้ที่ไม่เน้นดับกลิ่น แค่ปรับอากาศก็เพียงพอแล้ว ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่น นุ่มนวล อ่อนโยน ให้บรรยากาศสบายๆ เหมาะสำหรับห้องนอน ห้องพักผ่อน ห้องพัก หรือพื้นที่ที่ต้องการและยังดอกคาโมมายด์ยังสามารถนำมาทำเป็นชา สกัดออกมาเป็นน้ำมันหอมระเหย และทำเป็นบุหงาแห้ง กลิ่นหอมของคาโมไมล์ช่วยผ่อนคลายความเครียดทั้งจิตใจและร่างกาย จึงมีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ซึ่งคุณสมบัตินี้ถูกนำมาใช้บำบัดอาการทางอารมณ์ของคุณผู้หญิงก่อนมีรอบเดือนและผู้หญิงวัยทองได้อีกด้วย

ดอกมะลิ Jasmine กลิ่นหอมของมะลิ มีคุณสมบัติโดดเด่น ในการทำให้จิตใจสงบเย็น ในสมัยโบราณจึงมีการนำเอากลิ่นของดอกมะลิ มาใช้บำบัดอาการซึมเศร้า ความเครียด และความวิตกกังวล งานวิจัยของ ดร.ไบรอัน รอเดนบุช ศาสตราจารย์ที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยวีลลิ่ง เยซูอิท พูดถึงสรรพคุณของดอกมะลิที่เป็นมิตรกับการนอนหลับ นักวิจัยพบว่า กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกมะลิที่อบอวลอยู่ในห้อง ทำให้บรรดาอาสาสมัครนอนหลับสนิทมากขึ้นและการศึกษาในครั้งนั้นยังพบว่า การนอนหลับสนิทในตอนกลางคืน จะช่วยให้ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นและจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าไปตลอดทั้งวันอีกด้วย

กุหลาบ Rose  ช่วยบำบัดอาการนอนไม่หลับ จากการใช้กลิ่นกุหลาบมากไปกว่ากล่อมฝันให้หลับสบาย เพราะจากการศึกษาวิจัยในเรื่องกลิ่นหอมบำบัดพบว่า การสูดกลิ่นกุหลาบในขณะนอนหลับ สามารถจะเสริมในเรื่องของความจำได้  แจน บอร์น แห่งมหาวิทยาลัยลูเบค และทีมวิจัย ได้ทำการศึกษาโดยให้อาสาสมัครสูดกลิ่นกุหลาบในเย็นวันหนึ่ง พร้อมกับให้ดูการ์ดภาพสถานที่ต่างๆที่วางไว้ในกรอบสี่เหลี่ยม หลังจากนั้น ตอนกลางคืนก็ให้อาสาสมัครครึ่งหนึ่งสูดกลิ่นกุหลาบขณะนอนหลับ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งให้นอนโดยไม่มีกลิ่นใดๆในห้อง ผลการทดลองในวันรุ่งขึ้น ปรากฏว่าอาสาสมัครกลุ่มที่ให้สูดกลิ่นกุหลาบขณะนอนหลับสามารถจำภาพสถานที่ได้ถึง 97 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งจำได้ 86 เปอร์เซ็นต์

วานิลลา  Vanilla มีสรรพคุณในการคลายเครียด ลดอาการซึมเศร้า ลดความดันโลหิต และสร้างความรู้สึกสงบเย็นเป็นสุข  มีรายงานจากการศึกษาของโรงพยาบาลเมโมเรียล สโลน เคทเทอริ่ง ในนิวยอร์ก ต้นยุค ’90 s ว่า คนไข้ที่ต้องเข้าเครื่องสแกน MRI 63 เปอร์เซ็นต์ มีความวิตกกังวลลดลง เมื่อในห้องนั้นอบอวลด้วยกลิ่นหอมของวานิลลา ทำให้ความวิตกกังวลของคนไข้ลดลงได้

ข้อควรระวังในการใช้น้ำมันหอมระเหย

น้ำมันหอมระเหยไม่ได้ช่วยรักษาโรคนอนไม่หลับหรือลดสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค แต่การใช้น้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายก่อนเข้านอนจะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายและสบายขึ้น การใช้น้ำมันหอมระเหย ในปัจจุบันมีอย่างแพร่หลาย อาจจะใช้ในการรักษาโรค ลดความเครียด ทั้งการสูดดม การนวด และการทา ซึ่งจะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากนำมันหอมระเหยมีความเข้มข้นสูง และสารที่อยู่ในน้ำมันหอมระเหยอาจทำให้เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนัง ซึ่งน้ำมันที่ทำให้เกิดอาการแพ้มีหลายประเภท เช่น น้ำมันส้ม น้ำมันมะกรูด ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ชื่อว่า คาราเวย์ (Caraway) ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บางคนเกิดอาการแพ้แสงแดด น้ำมันกานพลู น้ำมันเออกาโน หรือน้ำมันเครื่องเทศ  ซึ่งหากใช้ในปริมาณมาก ๆ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินหายใจและหลอดลมได้

และข้อสำคัญที่พึงระวังเกี่ยวกับการใช้น้ำมันหอมระเหยบางชนิดที่จะทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เช่น โรสแมรี่ ไซเปรส เกรปฟรุต เลมอน และเปปเปอร์มินต์ ดังนั้นจึงควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันหอมระเหยดังกล่าวข้างต้นก่อนเวลาเข้านอนนะคะ

กลุ่มผู้ที่ต้องระมัดระวังในการใช้น้ำมันหอมระเหย

    กลุ่มหญิงมีครรภ์ โดยในกลุ่มหญิงมีครรภ์ห้ามใช้น้ำมันหอมระเหยประเภทเปปเปอร์มินท์ หรือน้ำมันพริกไทยดำ น้ำมัน กานพลู น้ำมันอบเชย น้ำมันตะไคร้หอม เนื่องจากสารดังกล่าวอาจส่งผลต่อเด็กในครรภ์ อาจทำให้เกิดการแท้งได้ 

ผู้ป่วยโรคลมชัก ห้ามใช้น้ำมันหอมประเภทโรสแมรี่ น้ำมันเบซิล เนื่องจากน้ำมันดังกล่าวอาจส่งผลให้อาการชักกำเริบได้ 

วิธีการใช้น้ำมันหอมระเหยเพื่อช่วยในการนอนหลับ

  • การใช้น้ำมันหอมระเหยด้วยเครื่องพ่นไอน้ำอโรม่า โดยการหยดน้ำมันหอมระเหยลงไปเล็กน้อย นอกจากจะช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศแบบไอเย็น ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น ลดอาการไอแห้งในห้องแอร์ ริมฝีปากแห้งตาแห้ง และ ช่วยบรรเทาอาการไม่สบายเนื่องจากไข้ หรือหวัด คัดจมูก อาการไซนัสลดการเกิดมูกเลือดในจมูก ทำให้หายใจได้โล่งขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดี
  • ลองหยดน้ำมันหอมระเหยลงไปในน้ำสำหรับอาบ
  • หรือผสมน้ำมันหอมระเหย 1 หยดเข้ากับน้ำมันตัวพา 1 ช้อนชาแล้วใช้นวดที่ขาและเท้าก่อนเข้านอน