Novel Coronaviris 2019 ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน


ภาพโดย Gerd Altmann จาก Pixabay

เป็นความจริงที่เราไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่า ในขณะที่มนุษย์เรากำลังมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีรอบตัวให้ก้าวหน้าและทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิตประจำวันให้มีความสะดวกสบายในด้านต่างๆ และเเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อนั้น  เชื้อโรคเองก็มีการปรับตัวและพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆให้มีความแข็งแกร่งเพื่อความอยู่รอดเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากการรายงานว่ามีโรคอุบัติใหม่ เกิดขึ้นเป็นระยะๆ บางครั้งเกิดการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว และมีความรุนแรงจนสามารถคร่าชีวิตของมนุษย์ได้แม้ว่าจะมีความเจริญก้าวหน้าการทางการแพทย์มากแล้วก็ตาม 

ภาพโดย ANTHR_Photoblog จาก Pixabay

มาทำความรู้จักจาก Novel Coronaviris 2019

อย่างกรณีล่าสุดนี้ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2019 ที่ผ่านมา มีรายงานจากประเทศจีน ว่าพบการระบาดของโรคจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน โดยในขณะนั้นยังไม่ทราบระยะฟักตัวของโรค และไม่ทราบอาการที่แน่ชัด แต่โดยส่วนใหญ่จะพบว่าทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ ในวันที่ 15 มกราคม 2020 มีรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกและมีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอยู่ในระหว่างการเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดอีกจำนวน 7 ราย ในประเทศจีน และจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าเชื้อสาเหตุโรคปอดอักเสบจากจีนคือเชื้อในกลุ่ม Coronavirus ซึ่งจริงๆเชื้อในกลุ่มนี้มีมากมายหลายสายพันธุ์ มีทั้งทำให้เกิดอาการไข้หวัดธรรมดา ที่ใครๆก็เป็นได้ หรือ บางสายพันธุ์มีความรุนแรงและแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว เช่น โรคซาร์ส (SARS) สำหรับเชื้อต้นเหตุในครั้งนี้ เป็นเชื้อใหม่ที่ยังไม่เคยค้นพบมาก่อน ทางองค์การอนามัยโลกจึงใช้ชื่อว่า Novel Coronavirus 2019 

ความเสี่ยงของการระบาดของ Novel Coronaviris 2019ในประเทศไทย

ภาพโดย Jan Vašek จาก Pixabay

สำหรับความเสี่ยงของการระบาดของ Novel Coronaviris 2019 มายังประเทศไทยนั้น พบว่ามีการเดินทางจากสายการบินตรงจากเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน มายังประเทศไทยมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที ถึงกรุงเทพมหานคร และมีผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ยวันละ 1,200 คน ส่วนคนจีนเดินทางมาประเทศไทยปีละประมาณ 10 ล้านคน จากประชากรประมาณ 1,400 ล้านคนและมีคนไทยเดินทางไปประเทศจีนประมาณปีละ 7 แสนคน และอยู่อาศัยในประเทศจีนประมาณ 12,000 คน โดยเป็นนักเรียนนักศึกษาประมาณ 2 ใน 3 ซึ่งเมืองอู่ฮั่นมีนักศึกษาไทยไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย

ประเทศไทยรับมือ Novel Coronaviris 2019 อย่างไร

จากข่าวการเกิดโรคและความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคครั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย ได้มีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรค Novel Coronaviris 2019 ดังนี้

1. ทำการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศใน 4 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต 

2. ขอความร่วมมือให้โรงพยาบาลทำการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ และมีประวัติการเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น 

3. ให้ความรู้ประชาชนในการปฏิบัติตัวและเพิ่มการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคในชุมชน โดยเมื่อพบนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรค มีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้แจ้งบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค DDC Hotline 1422 ทันที

การรับมือ Novel Coronaviris 2019 ส่วนบุคคล

1.ควรติดตามข่าวสารการระบาดของโรคอยู่เป็นระยะ โดยติดตามได้ที่ website ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 

2.ล้างมือด้วยน้ำและน้ำสบู่ เป็นประจำ หรือทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล

3.หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนหนาแน่น หากจำเป็นควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันร่างกาย

ภาพโดย silviarita จาก Pixabay

4.สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วยการ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

วิธีป้องกันตนเองเมื่อต้องเดินทางไปต่างประเทศ

เนื่องจากองค์การอนามัยโลกไม่มีประกาศจำกัดการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว เพียงแต่ควรเฝ้าระวังการติดเชื้อ เพื่อป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อโคโรน่าไวรัส  และหากมีความจำเป็นที่ต้องเดินทางไปในสถานที่ที่มัความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคNovel Coronaviris 2019 ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

1.ติดตามข่าวสารการระบาดของโรค ก่อนการเดินทางไปต่างประเทศเสมอ เพื่อให้สามารถวางแผนการหลีกเลี่ยงกับการระบาดของโรคได้อย่างเหมาะสม โดยสามารถติดตามข้อมูลได้ที่ US CDC Travel Notice 

2.ระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือสถานที่ที่มีมลภาวะเป็นพิษ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอ จาม หากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันร่างกาย

ล้างมือ
ภาพโดย jacqueline macou จาก Pixabay

3.ล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ

4.ไม่นำมือมาสัมผัส ตา ปาก จมูก โดยไม่จำเป็น

5.ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ

6.รับประทานอาหารที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรวมถึงเนื้อสัตว์ที่ไม่ปลุงสุก

6.รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออยู่เสมอ

7.หลีกเลี่ยงการเข้าไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต การสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ป่วย หรือตาย 

8.หลังการเดินทางกลับถึงประเทศไทย ภายใน 14 วัน หากมีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางเสมอ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

เพียงแค่เราตระหนักถึงการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำข้างต้น ก็สามารถมั่นใจได้ว่าการเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ปลอดภัย ไม่ตื่นตระหนกจนเกินเหตุแน่นอนค่ะ