Social Distance ระยะห่างทางสังคม หยุดวงจรการระบาด COVID-19

ในเวลานี้ Social Distancing กลายเป็นคำคุ้นหูที่กล่าวถึงกันมากในสังคมปัจจุบัน เป็นมาตรการการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโดยไม่ต้องใช้ยา ซึ่งหมายถึงการรักษาระห่างระทางสังคม โดยการทิ้งระยะห่างจากคนอื่น 1-2 เมตรและหลีกเลี่ยงการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ลดจำนวนครั้งของการสัมผัสใกล้ชิดกัน งดกิจกรรมทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นไม่ไปเรียนหรือไปทำงาน ไม่ใช้ขนส่งสาธารณะหรือแท๊กซี่ ไม่ไปพบปะสังสรรค์ เข้าสังคม ทำกิจกรรม หรือไปที่คนพลุกพล่าน ไม่ไปช๊อปปิ้งซื้อของ ไม่ออกเที่ยว เน้นอยู่บ้านให้มากที่สุด เป็นต้น ซึ่งมาตรการนี้จะต้องทำควบคู่ไปกับการรักษาอนามัยส่วนบุคคลที่ดี

จากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ซึ่งรัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้ปรับพฤติกรรมการอยู่ร่วมกัน ซึ่งนโยบายดังกล่าวกลับส่งผลให้เกิดการเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดของคนเป็นจำนวนมาก และนั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้เกิดการแพร่เชื้อไปยังครอบครัวและผู้คนในชุมชนได้ เฝ้าระวังอาการตัวเองอยู่กับบ้านถือเป็นการตัดสินใจเชิงจริยธรรมเพราะเราก็คงไม่อยากเอาเชื้อไปติดคนอื่น เพื่อปกป้องตนเองและเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ตามนโยบาย “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” นะคะ

อนามัยส่วนบุคคล ปฏิบัติตัวอย่างไร ให้ห่างไกลจาก COVID-19

1.ดูแลอนามัยส่วนบุคคลด้วยการล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ อย่างถูกวิธี เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที หรือถูมือด้วยแอลกอฮอร์เจล ให้ทั่วมือ

2.ใช้กระดาษทิชชู่ปิดปากเวลาไอจาม หรือใช้ต้นแขนด้านในปิดปากและจมูกเวลาไอจามกรณีไม่มีกระดาษทิชชู

3.ห้ามใช้มือสัมผัสหน้า โดยเฉพาะการขยี้ตาม แคะจมูก จับบริเวณปาก ซ่องเป็นช่องทางการนำเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้

4.สาวหน้ากากเมื่อจำเป็นต้องเข้าสู่ชุมชน หรือสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก

5.เว้นระยะห่างจากคนอื่น อย่างน้อย 1-2 เมตร ลีกเลี่ยงการรับเชื้อจากการไอจาม และสัมผัสจากบุคคลอื่น เพื่อความปลอดภัย

6.หยุดอยู่บ้าน เพื่อลดการแพร่เชื้อ หรือการรับเชื้อจากบุคคลอื่น

Home Quarantine “เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง ปฏิบัติตัวอย่างไร”

สำหรับคนที่ต้องเดินทางกลับต่างจังหวัด หรือพื้นที่เสี่ยงที่มีรายงานการระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง หากมีไข้ให้งดการเดินทางไว้ก่อนและเข้ารับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทันที และสำหรับคนที่เดินทางกลับต่างจังหวัด หรือพื้นที่เสี่ยง เมื่อเดินทางถึงภูมิลำเนาแล้ว ให้เฝ้าระวังอาการตัวเองอยู่กับบ้าน เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน หรือที่เรียกว่า กักกันโรค ( Quarantine ) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากคนที่โดยการปฏิบัติตนดังนี้

1.วัดอุณหภูมิร่างกายทุกวัน หากพบว่าอุณหภูมิมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย หายใจลำบากให้ไปพบแพทย์ หรือโทรแจ้งที่หมายเลข 1422

ล้างมือ

2. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที หากไม่มีน้ำและสบู่ ให้ลูบมือด้วยแอลกอฮอล์เจล ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

3. ปิดปากปิดจมูกด้วยกระดาษทิชชูทุกครั้งที่ไอ จาม หรือหากกระทันหันไม่มีกระดาษทิชชู่ ให้ปิดปากและจมูกด้วยต้นแขนด้านในเวลาไอจามเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อโรคในอากาศ

4. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดบุคคลอื่นในที่พักอาศัย โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ และ หญิงตั้งครรภ์ ควรอยู่ห่างจากคนอื่น ๆ ไม่น้อยกว่า 1 – 2 เมตร หรือ 1 – 2 ช่วงแขน หรือใช้เวลาพบปะผู้อื่นให้สั้นที่สุด

5. แยกห้องนอน ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดหน้า ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว โทรศัพท์ รวมทั้งให้แยกทำความสะอาดด้วย

6. แยกการรับประทานอาหาร ไม่รับประทานร่วมกับคนในครอบครัว โดยการจัดให้อาหารและมีน้ำดื่ม  แยกเฉพาะ แยกอุปกรณ์การรับประทานอาหาร เช่น จาน ชาม ช้อน แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ เป็นต้น

แยกภาชนะ

7.เก็บล้างภาชนะ ด้วยน้ำยาล้างจานให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง และจัดเก็บแยกจากบุคคลอื่นในครอบครัวอย่างชัดเจน

8. ให้แยกขยะเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป เช่น ถุงพลาสติก ภาชนะใส่อาหารแบบใช้ครั้งเดียว เป็นต้น และแยกขยะที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย เช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู ซึ่งในแต่ละวันให้เก็บรวบรวมและทำลายเชื้อโดยใส่ถุงขยะ 2 ชั้น และทำลายเชื้อโดยราดด้วยน้ำยาฟอกขาว แล้วมัดปากถุงให้แน่น นำไปทิ้งรวมกับขยะทั่วไป  

9. แยกการใช้ห้องส้วมกับคนในครอบครัว  หากแยกไม่ได้ ควรใช้ห้องส้วมเป็นคนสุดท้าย และให้ทำความสะอาดทันทีหลังใช้ส้วม ให้ปิดฝาทุกครั้งก่อนกดชักโครกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

10. ทำความสะอาดพื้นผิวบริเวณห้องพักด้วยน้ำยาซักผ้าขาว 100 มิลลิลิตร หรือผงโซเดียมไฮโปรคลอไรด์ 5 กรัมผสมน้ำเปล่า 1000 มิลลิลิตร ผสมให้เข้ากัน ทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

11. งดกิจกรรมนอกบ้าน งดการสังสรรค์ งดไปในที่ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานบวช งานแต่ง หรืองานกิจกรรมต่างๆ ที่มีผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

12. งดใช้ขนส่งสาธารณะ เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีผู้คนแออัดกันเป็นจำนวนมาก และในบางครั้งเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ราวจับ เช่นในรถเมล์ หรือรถไฟฟ้า ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้ว่าใครมีเชื้อไวรัสอยู่บ้าง โดยเฉพาะกลุ่มคนมีเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ หรือที่เรียกว่าพาหะ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางของการแพร่กระจายเชื้อได้ ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านก็จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวเองในขณะนี้

สวมหน้ากากอนามัย

13. ใช้หน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้ง หากมีความจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ที่จะต้องพบปะผู้อื่น ซึ่งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ให้ทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด และทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล หรือล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทันที

14. ติดตามสถานการณ์ข่าวสารการระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง และให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

เพียงแค่เราคอยป้องกันตัวเอง และมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม ปฏิบัติตามคำแนะนำนี้ก็จะสามารถช่วยให้ตัวเราเอง คนที่เรารักและคนในสังคมปลอดภัย ลดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19ได้แล้วคะ